กรณีศึกษาผู้ป่วยเก่า การจัดการปัญหาสายตาสั้นร่วมกับสายตาเอียง ด้วยเลนส์สายตาชั้นเดียว เมื่อค่าสายตาสั้นลดลงหลายปีที่ติดตามผล
Case Study of Long-Term Patients : Managing Compound Myopic Astigmatism using Single-Vision Lenses Following a Significant Reduction in Myopic Power Over Years of Follow-Up
ประวัติคนไข้
คุณ P.S. ช่างถ่ายภาพเซเลปสาว แห่งแดนดินล้านนาเชียงใหม่ วัย 36 ปี เป็นเคสเก่าที่ดูแลสายตาให้มาอย่างยาวนานจวบจนปัจจุบัน ซึ่งก็เป็นเคสที่มีปัญหาสายตาสั้นและเอียง โดยทั่วไป ไม่มีปัญหา Binocular Function เสมอมา
ประวัติค่าสายตา
ค่าสายตา ปี 2019
OD. -4.00
OS. -4.25 -0.75 x150
ค่าสายตา ปี 2022
OD. -3.75 -0.50 x 18
OS. -4.00 -0.50 x 150
ซึ่งทุกครั้งการ Corrected Prescription ในช่วงเวลาต่างๆนั้น ระดับการมองเห็นปกติ 20/20 แบบผู้ตรวจสามารถสังเกตุเห็น Reflect ชนิด Neutral จากการ Over Refraction ด้วย Retinoscope ทุกครั้ง
ล่าสุด คุณ P.S. ได้กลับเข้ามาที่คลินิกอีกครั้ง เนื่องจากแว่นเดิม แตกเสียหาย จึงต้องการ ตรวจสายตาและทำแว่นสายตาใหม่ จึงได้ทำการตรวจ Routine Check up
Preliminary Test
ระดับการมองเห็น@6M. With Habitual Correction
OD. -3.75 -0.50 x 18 ระดับการมองเห็น 20/20
OS. -4.00 -0.50 x 150 ระดับการมองเห็น 20/20 -1
Refraction
Retinoscope
OD. -3.25 -0.50 x 180 ระดับการมองเห็น@6m. 20/20
OS. -4.00 -0.50 x 180 ระดับการมองเห็น@6m. 20/20
Monocular Subjective ( Phoroptor )
OD. -3.25 -0.50 x 10 ระดับการมองเห็น@6m. 20/10-2
OS. -3.75 -0.75 x 160 ระดับการมองเห็น@6m. 20/10-1
BVA
OD. -3.25 -0.50 x 10 ระดับการมองเห็น@6m. 20/10-1
OS. -3.50 -0.75 x 160 ระดับการมองเห็น@6m. 20/10-1


Functional ; Vergence and Accommodation
Normal
AC/A Ratio 3 : 1 / BCC. +0.25 D. / NRA +2.00 D. / PRA -1.75 D. rely on BCC.
Treatment
Spectacle Prescription ( Final Rx Free Space )
OD. -3.25 -0.50 x 5 VA@6m. 20/10
OS. -3.50 -0.75 x 150 VA@6m. 20/10
ระดับการมองเห็น@40cm. 20/20 OU.
Lens : Rodenstock Perfalit 1.60 Solitare Protect Plus2 X-tra Clean
Frame : April AP-Dolphin C1


ประเมินผล
1. OD. Compound Myopic Astigmatism
OS. Compound Myopic Astigmatism
2. Binocular Function : Normal
3. Ocular Health : Normal

พิจารณาเคส
การวิเคราะห์และเปรียบเทียบค่าสายตาปี 2019
ข้อมูลนี้เป็นการบันทึกค่าสายตาของผู้รับบริการเมื่อปี 2019 ในช่วงเวลาดังกล่าว ผมยังคงปฏิบัติงานอยู่ที่สถานประกอบการแว่นตาแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่
ค่าสายตาที่แก้ไข (Refractive Correction)
จากการตรวจวัดและแก้ไขค่าสายตาในเวลานั้น ค่าสายตาที่แก้ไขมีรายละเอียดดังนี้
ตาขวา (OD): -4.00 D.
ตาซ้าย (OS): -4.25 -0.75 x 150
ผู้รับบริการมีระดับการมองเห็น (Visual Acuity – VA) ที่ 20/20 ด้วยค่าสายตาที่แก้ไขใหม่นี้ การเปรียบเทียบกับแว่นตาเดิม (Habitual Rx) ก่อนการแก้ไข ผู้รับบริการสวมใส่แว่นตาเดิมที่มีค่าสายตาโดยประมาณอยู่ที่ -4.75 D. ( ร่วมกับค่าสายตาเอียงเล็กน้อย ซึ่งเป็นข้อมูลเท่าที่จำได้ )
เมื่อทำการตรวจวัดระดับการมองเห็นด้วยแว่นตาเดิม (VA from Habitual Rx) พบว่าผู้รับบริการสามารถมองเห็นได้ที่ระดับ 20/20 เช่นกัน
ข้อสังเกตด้านการมองเห็น
แม้ว่าค่าสายตาที่แก้ไขใหม่ (New Rx) ซึ่งเป็นค่าสายตาสั้นที่ลดลง จะให้ระดับการมองเห็นที่ 20/20 ทว่าเมื่อเปรียบเทียบกับแว่นตาเดิม ผู้รับบริการรายงานว่า การมองเห็นด้วยแว่นตาใหม่มีความสบายตามากกว่า โดยตัวอักษรที่มองเห็นไม่เข้มและเล็กจนเกินไป
ข้อมูลนี้เป็นกรณีศึกษาต่อเนื่องของผู้รับบริการท่านเดิม (คุณ P.S.) ที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของค่าสายตา ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงระยะเวลากว่า 5 ปี ภายหลังจากการแก้ไขค่าสายตาอย่างถูกตรง
.
.
1. การตรวจสายตาครั้งที่สอง ( ปี 2022 )
การตรวจครั้งนี้ถือเป็นการมาเข้ารับบริการเป็นครั้งแรก ณ คลินิกทัศนมาตรคุณยาย (Khunyai Optometry) โดยผู้รับบริการมาพร้อมปัญหาเลนส์และกรอบแว่นตาเสื่อมสภาพ
ค่าสายตาที่ตรวจและแก้ไข (Corrected Rx) ในเวลานั้น มีรายละเอียดดังนี้
ตาขวา (OD) -3.75 -0.50 x 18
ตาซ้าย (OS) -4.00 -0.50 x 150
ระดับการมองเห็น (VA) คือ 20/20 ทั้งสองข้าง และผู้รับบริการรายงานว่าสามารถอ่านตัวอักษรได้ง่ายรวมทั้งตัวอักษรมีขนาดใหญ่ขึ้น เมื่อเทียบกับแว่นตาตัวเดิมที่ให้ระดับการมองเห็น 20/20 ได้เช่นกัน
2.การตรวจสายตาครั้งที่สามและยืนยันค่าสายตาที่ดีที่สุด
สามปีถัดมา ผู้รับบริการได้มาเข้ารับการปรึกษาเนื่องจากแว่นตาตัวเดิมเสียหาย การตรวจครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อยืนยันค่าสายตาที่ให้ระดับการมองเห็นที่ดีที่สุด (Best Visual Acuity) อย่างแท้จริง โดยปราศจากข้อสงสัยใด ผมได้ทำการตรวจวัดด้วยวิธีการทางทัศนมาตรตามมาตรฐานวิชาชีพทุกขั้นตอน เพื่อผลักดันให้ระดับการมองเห็นสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานปกติ (50%) โดยค่าสายตาที่แก้ไขมีค่าดังนี้
ตาขวา (OD) -3.25 -0.50 x 5 VA@6m. 20/10
ตาซ้าย (OS) -3.50 -0.75 x 150 VA@6m. 20/10
.
.
3.การวิเคราะห์แนวโน้มและการสันนิษฐานทางทัศนมาตร
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การลดลงของค่าสายตาสั้นอย่างต่อเนื่อง ในการตรวจทุก 2-3 ปี ปรากฏการณ์นี้สอดคล้องกับงานวิจัยหลายฉบับที่ชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของภาวะ Accommodative Spasm ( เลนส์ตาเกร็งตัวค้าง )
.
.
การสันนิษฐานสาเหตุ
ภาวะ Accommodative Spasm อาจมีสาเหตุมาจากการสวมใส่เลนส์แก้ไขที่มีค่าสายตาสั้นเกินจริง (Over-Minus Correction) อย่างต่อเนื่องก่อนปี 2019 ค่าสายตาที่สั้นเกินจริงจะทำให้แสงตกกระทบก่อนถึงจุดรับภาพชัด (Focusing in front of the retina) ซึ่งบังคับให้กล้ามเนื้อยึดเลนส์ตา (Ciliary Muscle) ต้องใช้กำลังทั้งหมดเพื่อทำการปรับตัว (Accommodation) ผลักแสงให้ตกกระทบที่จุดรับภาพชัดพอดี เมื่อมีการสวมใส่แว่นที่มีค่าสายตาที่มากเกินจริงติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน จึงเป็นเหตุให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อ Ciliary Muscle ล็อกตัวและเกิด Accommodative Spasm ในที่สุด
4. บทสรุปของกรณีศึกษา
ในกรณีศึกษานี้ เมื่อผู้รับบริการได้รับค่าสายตาที่ถูกต้องเหมาะสม (Correction) แสงที่ผ่านระบบหักเหแสงในดวงตาจึงตกกระทบที่จุดรับภาพชัดได้พอดี (Focusing on the retina) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เลนส์ตาที่เกร็งตัวค้างมานานนั้น ค่อย ๆ คลายตัวและกลับมาทำงานได้เป็นปกติ
กรณีนี้แสดงให้เห็นว่า การสวมใส่ Correction ที่ Over-Minus มาเป็นระยะเวลาหลายปี อาจต้องใช้เวลานานกว่า 5 ปี ในการฟื้นฟูให้เลนส์ตาและระบบการทำงานร่วมกันของตาทั้งสองข้าง (Binocular Function) กลับมาสู่ภาวะที่เหมาะสมได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยการใช้ค่าสายตาที่ถูกต้อง
.
.
5.สรุปผลและผลลัพธ์สุดท้าย
ผู้รับบริการ ซึ่งเป็นช่างภาพบุคคลที่มีชื่อเสียงในแดนดินล้านนาเชียงใหม่ สามารถสวมใส่แว่นตาตัวใหม่ และมองเห็นได้อย่างชัดเจน สบายตาในทันที โดยไม่จำเป็นต้องมีการปรับตัวแต่อย่างใด อีกทั้งยังมีความพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง ต่อสีสันและความสวยงามของกรอบแว่นตาที่ได้รับใหม่

ORDER ไปยังโรงงานผลิต ระบุค่าสายตา ชนิดเลนส์ รวมไปถึงโครงสร้างเลนส์


Chatchawee,O.D.
Independent Optometrist
