การแก้ไขปัญหาเคสที่มีปัญหาสายตาสั้นและมีสายตาเอียงร่วม ด้วยเลนส์ชั้นเดียว
Refractive Management of Compound Myopic Astigmatism using Single Vision Lenses.
.
ประวัติคนไข้
คุณ W.M. เพศหญิง อายุ 38 ปี โดยปกติสวมใส่คอนแทคเลนส์ที่มีค่าสายตา -1.25 D เป็นประจำ และใช้แว่นตาเพียงเล็กน้อย โดยมีประวัติการใช้คอนแทคเลนส์มาเป็นระยะเวลาประมาณ 3 ปี ผู้ป่วยรายงานว่าขณะขับรถในเวลากลางคืน มักมองเห็นไม่ชัดเจนและมีอาการแสงฟุ้งมาก เริ่มสวมแว่นตาครั้งแรกเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ทั้งนี้ไม่มีโรคประจำตัวใด ๆ นอกจากการขับขี่ ผู้ป่วยยังใช้สายตาในการดูโทรศัพท์มือถือเป็นระยะเวลานานในแต่ละวัน และแจ้งว่าแว่นตาเดิมให้การมองเห็นไม่ชัดเจน ทำให้กะระยะได้ยาก
Preliminary Test
ระดับการมองเห็น@6M. with Habitual Correction ( Relax Lens with ADDITION +0.50 D.)
OD. -1.00 -0.25 x 170 ระดับการมองเห็น 20/20 With difficult
OS. -1.25 D. ระดับการมองเห็น 20/20-1
ระดับการมองเห็น@40cm With with Habitual Correction ( Relax Lens with ADDITION +0.50 D.)
OD. -1.00 -0.25 x 170 ระดับการมองเห็น 20/20 With difficult
OS. -1.25 D. ระดับการมองเห็น 20/20 With difficult
Refraction
Retinoscope
OD. -1.25 -0.50 x180 ระดับการมองเห็น@6m. 20/20-2
OS. -1.50 -0.50 x 180 ระดับการมองเห็น@6m. 20/25-1
Monocular Subjective ( Phoroptor )
OD. -1.75 -0.75 x 170 ระดับการมองเห็น@6m. 20/15
OS. -1.75 -0.25 x 5 ระดับการมองเห็น@6m. 20/20+2
BVA
OD. -1.50 -0.75 x 170 ระดับการมองเห็น@6m. 20/15
OS. -1.50 -0.25 x 5 ระดับการมองเห็น@6m. 20/15-2


Functional ; Vergence and Accommodation
Test@6m.
Associated Phoria : 0
***Horizontal Phoria : 4.5 Prism Base Out
BI-Vergence X / 12 / 4
Vertical Phoria : Normal
Test@40cm. :
***Horizontal Phoria : 3 Prism Base Out
BI-vergence 8 / 24 /12
BO-vergence 6 / 36 / 27
Vertical phoria : Normal
AC/A Ratio 12 : 1 / BCC. : 0 / NRA +1.75 D. / PRA -2.25 D. rely on BCC.
Treatment
Spectacle Prescription ( Final Rx Free Space )
OD. -1.50 -0.75 x 140 ระดับการมองเห็น 20/15
OS. -1.50 -0.12 x 5 ระดับการมองเห็น 20/15
Lenses : Rodenstock Cosmolit B.I.G. NORM Mono ColorMatic3 1.54 ChesnutBrown Solitare LayR X-tra Clean

ประเมินผล
1. OD. : Compound Myopic Astigmatism
OS. : Low Compound Myopic Astigmatism
2.Binocular Function : Normal
3. Ocular Health : Normal


พิจารณาเคส
1.การตรวจวัดค่าสายตา
ตาข้างขวาน้ันผลตรวจสายตาเป็นค่าสายตาสั้น -1.50 D. สายตาเอียง -0.75 D. โดยตรวจบนเครื่อง phoropter นั้น ได้องศาอยู่ที่ 170 แต่ภายหลังตรวจบน Free Space และทำ JCC Handheld แล้วนั้น องศาค่าสายตาเอียงอยู่ที่ 140 องศา ซึ่งคนไข้แจ้งว่า ตัวอักษรดูคมชัด และ อ่านง่ายกว่าที่องศา 170 แม้จะอ่านตัวอักษรขนาด 20/15 ได้เท่ากันก็ตาม ซึ่ง improve VA จากแว่นเดิม ที่ค่าสายตา -1.00 -0.25 x 170 และอ่านตัวอักษรขนาด 20/20 ได้ยาก
ตาข้างซ้ายผลตรวจเป็นค่าสายตาสั้น -1.50 D. สายตาเอียง -0.12 D. ซึ่งค่าสายตาเอียงครึ่ง Step นั้น ตรวจได้บน Free Space และทำ JCC Handheld เท่านั้น เมื่อตรวจบน Phoropter นั้น ได้ค่าสายตาเอียง -0.25 D. ระดับการมองเห็น 20/15 คนไข้อ่านผิดไป 2 ตัวอักษร แต่เมื่อ Corrected -1.50 -0.12 x 5 คนไข้อ่านตัวอักษร 20/15 ได้ทุกตัว
2.การทำงานร่วมกันของตาทั้งสองข้าง
ที่ระยะ 6 เมตร ตรวจได้ Esophoria 4.5 Prism Base Out เมื่อพิจารณาจาก BI-reserve : Negative Fusional Vergence คือ กำลังของกล้ามเนื้อตาที่ใช้ในการเหลือบตาออก หรือ แรงใน การ Diverge ของกล้ามเนื้อตา โดยการกระตุ้นด้วย Prism Base In ซึ่งผลตรวจภาพแยกที่ 12 Prism Base In ดังนั้นค่านี้เพียงพอต่อการชดเชยการเหล่เข้าของตาที่ 4.5 prism Base Out
ที่ระยะ 40 CM. ตรวจได้ Esophoria 3 Prism Base Out
เมื่อพิจารณาจาก BI-reserve : Negative Fusional Vergence คนไข้เห็นภาพมัวที่ 8 Prism Base In ดังนั้น 3 Esophoria ยังมีแรงชดเชยเพียงพอ ให้คนไข้ Converge มองในระยะใกล้ รู้สึกเป็นปกติได้
AC/A Ratio 12:1 หมายความว่าระบบ Accommodation ที่ถูกกระตุ้น 1.00 D.ทำให้ค่า Phoria เปลี่ยนไป 12 Prism Diopter นั่นหมายความว่า เคสนี้ กระตุ้นด้วย +1.00 D. ทำให้เกิด Exophoria ที่ระยะใกล้ถึง 9 Prism Base IN ซึ่งค่าปกติไม่ควรเกิน 6 Prism Base IN ที่จะทำให้คนไข้มองใกล้ได้สบาย
ด้วยโครงสร้างเลนส์เดิม เป็นลักษณะเลนส์คลายการเพ่ง ซึ่งมีค่า ADDITION อยู่บริเวณส่วนล่างของเลนส์ +0.50 D. ค่านี้เมื่อพิจารณาจาก AC/A Ratio 12:1 นั้น จะเกิด Exophoria เมื่อมองใกล้อยู่ 4.5 Prism Base In เมื่อพิจารณาค่า BO-reserve : Positve Fusional Vergence ซึ่งเป็นกำลังชดเชยการเหลือบเข้าของตาเพื่อรวมภาพ ที่ระยะ 40 CM. นั้น เมื่อเพิ่ม Base Out Prism จนไข้เห็นภาพมัว ซึ่งเป็นค่าที่ Accommodative convergence หมดไป ได้ค่า 6 Prism Base Out ค่านี้จึงไม่เพียงพอต่อการ Support exophoria 4.5 BI ดังนั้นคนไข้จึงมองใกล้ด้วยแว่นตาอันเดิมไม่สบายตา
เมื่อพิจารณาผลตรวจการทำงานร่วมกันสองตาของคนไข้ จึงพิจารณาว่าไม่มีความจำเป็นจะต้องจ่ายเลนส์เพื่อคลายการเพ่ง โดยจ่าย Single Vision โครงสร้างดีๆอย่าง Rodenstock Cosmolit B.I.G. NORM Mono ColorMatic3 1.54 ChesnutBrown Solitare LayR X-tra Clean
ค่าสายตา
OD. -1.50 -0.75 x 140
OS. -1.50 -0.12 x 5
ซึ่งคาดการณ์ว่าน่าจะช่วยให้คนไข้มีการมองเห็นทั้งระยะไกล และใกล้ ได้ดี
สรุปและติดตามผล
เคสนี้แรกรับแว่นตา ก็เป็นไปตามการคาดการณ์ว่าสวมใส่ได้มองเห็นชัดเจน ทั้งไกลและใกล้ ได้ทันที การกะระยะ ทำได้ดีขึ้นมาก รวมไปถึงสบายตาเมื่อออกกลางแจ้งจากเลนส์กันแดดที่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อโดนแดด
ขอบคุณสำหรับการติดตาม
Chatchawee,O.D.,BS.(RT)
*** อนึ่ง ข้อคิดเห็น และหลักการวินิจฉัย ในประเด็นต่างๆของเคสนี้ และเคสอื่นๆที่ผ่านมานั้น ผู้ตรวจพิจารณาจากความรู้ และประสบการณ์ที่สั่งสมมา โดยอ้างอิงจากหลักวิชาการในศาสตร์ทางทัศนมาตร ของผู้ตรวจเท่านั้น **โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ORDER ไปยังโรงงานผลิต ระบุค่าสายตา ชนิดเลนส์ รวมไปถึงโครงสร้างเลนส์


Chatchawee,O.D.
Independent Optometrist
