การแก้ไขปัญหาเคสที่มองเห็นภาพซ้อนในแนวดิ่ง ที่มีสายตายาวแต่กำเนิดและสายตาเอียงร่วม โดยมีปัญหาสายตาชราตามอายุ ด้วยเลนส์โปรเกรสสีฟที่ขัดด้วยเลนส์ปริซึม
Refractive Management of Vertical Double Vision in a Patient with Mixed Hyperopic Astigmatism, Combined with age-related Presbyopia, Using Progressive Lenses customized with Prism correction.
.
ประวัติคนไข้
คุณ N.P. อายุ 64 ปี ใช้งานแว่นตาอ่านหนังสือ (Reading) มาแล้ว 2-3 ปี ปัจจุบัน เริ่มดูมือถือไม่ค่อยชัดเป็นมา 1 ปี มองระยะไกล ยังพอได้อยู่ เคยมีประวัติเป็นต้อกระจก และผ่าตัดใส่เลนส์ตาเทียม (IOL) ในตาทั้งสองข้าง และตาข้างขวา เคยมีพังผืดที่จอประสาทตา รักษาโดยการยิง Laser ปัจจุบันแพทย์ไม่ได้นัดตรวจติดตามแล้ว ใช้สายตาขับรถ ดูมือถือ อ่านหนังสือบางเวลา
Preliminary Test
ระดับการมองเห็นด้วยตาเปล่า@6M.
OD. 20/40
OS. 20/50
ระดับการมองเห็น@40cm With Habitual Correction
OD. +2.25 -0.50 x 118 ระดับการมองเห็น 20/20
OS. +2.00 -0.50 x 94 ระดับการมองเห็น 20/25
Refraction
Retinoscope
OD. +1.00 -2.00 x 135 ระดับการมองเห็น@6m. 20/30
OS. +1.25 -2.50 x 90 ระดับการมองเห็น@6m. 20/30-2
Monocular Subjective ( Phoroptor )
OD. +0.50 -1.25 x 120 ระดับการมองเห็น@6m. 20/25-1
OS. +0.75 -2.50 x 88 ระดับการมองเห็น@6m. 20/25
BVA
OD. 0.50 -1.25 x 120 ระดับการมองเห็น@6m. 20/25-1
OS. +0.75 -2.50 x 88 ระดับการมองเห็น@6m. 20/25


Functional ; Vergence and Accommodation
Test@6m. : : Associated Phoria : 0
Horizontal Phoria : Normal
***Vertical Phoria : 2 Prism Base UP OS
BD-reserve 2 / -2 ตรวจตาซ้าย
BU-reserve 4 / 2 ตรวจตาซ้าย
Test@40cm. :
Horizontal Phoria : Normal
Vertical Phoria : 1.50 Prism Base UP OS
BD-reserve : 2 / 0 ตรวจตาซ้าย
BU-reserve : 3 / 2 ตรวจตาซ้าย
***Addition test
Maddox Rod : 3 Prism Base UP OS
BCC. +1.75 D. / NRA +0.25 D. / PRA -0.25 D. rely on BCC.
Treatment
Spectacle Prescription ( Final Rx Free Space )
OD. +0.50 – 1.25 x 120 with Split 1.0 Prism BASE DOWN VA@6m. 20/25-1
OS. +0.75 -2.25 x 88 with Split 1.0 Prism Base UP VA@6m. 20/25
ADDITION +1.75 D. ระดับการมองเห็น@40cm. 20/20 OU.
Lens : Multigressiv B.I.G. NORM Expert 1.50 Solitare LayR X-tra Clean
Frame : ELLE EL14478

ประเมินผล
1. OD. Mixed Hyperopic Astigmatism
OS. Mixed Hyperopic Astigmatism
2. Binocular Function : Right Hyperphoria with Presbyopia
3. Ocular Health : Normal



พิจารณาเคส
1.สถานะการมองเห็นของตาทั้งสองข้าง
ตาข้างขวาเคยผ่าตัดใส่เลนส์แก้วตาเทียม (IOL) และได้รับการรักษาพังผืดที่จอประสาทตาด้วยการยิงเลเซอร์ ระดับการมองเห็นที่ดีที่สุดเมื่อแก้ไขค่าสายตาเป็น +0.50 -1.25 × 120 อยู่ที่ VA 20/25-1 ซึ่งดีกว่าการมองด้วยตาเปล่าในระยะไกลซึ่งให้ค่า VA 20/40
สำหรับตาข้างซ้าย ได้รับการผ่าตัดใส่เลนส์แก้วตาเทียม (IOL) เช่นกัน เมื่อแก้ไขค่าสายตาเป็น +0.75 -2.25 × 88 ระดับการมองเห็นปรับดีขึ้นจาก VA 20/50 เป็น 20/25
2.ภาวะตาเหล่ซ่อนเร้นในแนวดิ่ง (Right Hyperphoria)
ระหว่างการตรวจวัด BVA เมื่อเปิดตาทั้งสองข้าง ผู้ป่วยมีอาการเห็นภาพซ้อนในแนวดิ่ง เมื่อตรวจ Vertical Phoria ด้วยวิธี Von Grafe Technique ที่ระยะ 6 เมตร พบค่า 2 Prism Base Up OS ซึ่งบ่งชี้ว่าหลังจากตัดการทำงานร่วมกันของตาทั้งสองข้าง (Break Fusion) ตาข้างขวามีตำแหน่งสูงกว่าตาซ้าย 2 Prism (Right Hyperphoria)
ผลการตรวจ Vertical Phoria ที่ระยะใกล้ 40 ซม. แตกต่างเล็กน้อย (1.50 Prism BUOS) ซึ่งอาจเกิดจากความคลาดเคลื่อนในการตรวจบ้าง ทั้งนี้ค่าดังกล่าวควรใกล้เคียงกันในระยะไกลและใกล้ เนื่องจากไม่ได้ขึ้นอยู่กับระบบ Accommodation
เมื่อประเมิน Supra Vergence พบว่า เมื่อลองใส่ smooth prism ที่ตาซ้าย Base Down ผู้ป่วยเกิดภาพซ้อนที่ 2 Prism Base Down แต่สามารถรวมภาพที่ 2 Prism Base Up ส่วนการประเมิน Infra Vergence เมื่อลองใส่ smooth prism ที่ตาซ้าย Base Up พบภาพซ้อนที่ 4 Prism Base Up แต่สามารถรวมภาพที่ 2 Prism Base Up
ค่ากำลังสำรองของกล้ามเนื้อตา (Base Down Reserve และ Base Up Reserve) ที่ไม่สมดุลกัน เป็นข้อบ่งชี้ชัดเจนว่าผู้ป่วยมีภาวะ Right Hyperphoria จริง
เนื่องจากผู้ตรวจมีความกังวลว่า Head Tilt อาจทำให้เกิดผลการตรวจ Vertical Phoria เป็น False positive จึงทำการประเมินเพิ่มเติมใน Free-space Test และได้ค่าที่เหมาะสมสำหรับสั่งเลนส์ดังนี้
OD. +0.50 – 1.25 x 120 with Split 1.0 Prism BASE DOWN
OS. 0.75 -2.25 x 88 with Split 1.0 Prism Base UP
ADDITION +1.75 D.
แม้เคสนี้จะไม่มี Complain เรื่องเห็นภาพซ้อนก็ตาม แต่เมื่อ Corrected เฉพาะค่าสายตาแล้วคนไข้เห็นภาพซ้อน และเมื่อ Corrected ค่า Prism เข้าไป ภาพซ้อนได้หายไป จึงพิจารณาให้คนไข้ใช้เลนส์โปรเกรสสีฟที่ใส่ปริซึมเข้าไป เพื่อแก้ปัญหาการมองเห็นในทุกระยะให้ได้มีประสิทธิภาพ
สรุปและติดตามผล
ผู้ป่วยสามารถใส่เลนส์โปรเกรสซีฟที่มีการเสริมปริซึมได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เวลาปรับตัว การมองเห็นมีความคมชัดทั้งระยะไกล ระยะกลาง และระยะใกล้ แตกต่างจากแว่นตา Reading แบบ Single Vision ที่มีปริซึม ซึ่งทำให้ผู้ป่วยใช้งานระยะใกล้ได้ลำบากและภาพไม่เป็นธรรมชาติ เนื่องจาก Single Vision รุ่นทั่วไปมีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีที่อาจไม่รองรับการมองเห็นที่เป็นธรรมชาติเทียบเท่าเลนส์โปรเกรสซีฟที่ออกแบบเฉพาะบุคคล
ขอบคุณสำหรับการติดตาม
Chatchawee,O.D.,BS.(RT)
*** อนึ่ง ข้อคิดเห็น และหลักการวินิจฉัย ในประเด็นต่างๆของเคสนี้ และเคสอื่นๆที่ผ่านมานั้น ผู้ตรวจพิจารณาจากความรู้ และประสบการณ์ที่สั่งสมมา โดยอ้างอิงจากหลักวิชาการในศาสตร์ทางทัศนมาตร ของผู้ตรวจเท่านั้น **โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ORDER ไปยังโรงงานผลิต ระบุค่าสายตา ชนิดเลนส์ รวมไปถึงโครงสร้างเลนส์


Chatchawee,O.D.
Independent Optometrist
