การรักษาปัญหาสายตา ชนิด Divergence Insufficiency ซึ่งเกิดร่วมกับสายตายาวแต่กำเนิด ที่มีสายตาเอียงร่วม และมีสายตาชราตามอายุ ด้วยแว่นสายตาโปรเกรสซีฟที่ใส่ Prism เพื่อให้ภาพซ้อนรวมเป็นภาพเดียว
The Treatment of Divergence Insufficiency,coexisting with Compound Hyperopic Astigmatism, along with Presbyopia, by Progressive lenses with Prism
คุณ P.K. เพศชายอายุ 57 ปี เข้ามาที่คลินิก เพราะแว่นตาที่ใช้งานอยู่ ซึ่งเป็นแว่นตาสำหรับใช้งานสายตาในระยะใกล้อย่างเดียว วันละประมาณ 2-3 ชั่วโมง มองไกลต้องถอดออก โดยใช้งานมา 2 ปี ในระยะ 2 เดือนมานี้ ต้องยืดออกไกลกว่าตอนใช้งานแรกๆ และเริ่มรู้สึกว่า ไม่ค่อยสะดวกต่อชีวิตประจำวัน เลยเข้ามาปรึกษาปัญหานี้ เวลาขับรถทางไกล ซึ่งแต่ละสัปดาห์ขับทางไกล สัปดาห์ละ 2 วัน วันละประมาณ 6 ชั่วโมง บางครั้งรู้สึกเหมือนตาพล่ามัว ใส่แว่นครั้งแรกเมื่อ 7 ปีที่แล้ว โรคประจำตัว มีไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง
Preliminary Test
ตาเปล่า
OD. ระดับการมองเห็น@6m. 20/20-2
OS. ระดับการมองเห็น@6m. 20/20-1
OU. ระดับการมองเห็น@6m. 20/20-1
ระดับการมองเห็น@40cm 20/200 Both eye
Refraction
Retinoscope
OD. +1.00 -1.00 x 90 ระดับการมองเห็น@6m. 20/25
OS. +1.00 – 0.75 x 90 ระดับการมองเห็น@6m. 20/25
Monocular Subjective ( Phoroptor )
OD. +0.75 -0.75 x 80 ระดับการมองเห็น@6m. 20/15-1
OS. +0.75 -0.50 x 70 ระดับการมองเห็น@6m. 20/15-2
BVA
OD. +0.75 -0.75 x 80 ระดับการมองเห็น@6m. 20/15-1
OS. +0.50 -0.50 x 70 ระดับการมองเห็น@6m. 20/15-2

Functional ; Vergence and Accommodation
Test@6m.
Associated Phoria : 4 Prism Base Out
Horizontal Phoria. : 6 Prism Base Out
Vergence Base In : x/12/-2
Vertical Phoria : Normal
Test@40cm.
Horizontal Phoria : 2 Prism Base In
Vergence Base In : 11 / 17 / 12
Base Out : 7 / 17 / 15
Vertical Phoria : Normal
BCC. +2.25 D / NRA +0.25 D. / PRA -0.25 D. rely on BCC.
Additional Teat
Maddox Rod @6M. : 9 Prism Base Out

Treatment
Spectacle Prescription ( Final Rx Free Space )
OD. +0.62 -0.75 x 85 ระดับการมองเห็น@6m. 20/15 with Split 1.75 BO
OS. +0.50 -0.37 x 71 ระดับการมองเห็น@6m. 20/15-1 with Split 1.75 BO
ADDITION +2.25 D. ระดับการมองเห็น@40cm. 20/20 OU.
Lens : Rodenstock Impression B.I.G NORM Expert 1.50
Model : Paul Hueman PHF-518D-01
Individual Parameter : CVD 13 mm. / Panthoscopic Tilt 8 Degree / Face Form Angle 7 Degree / MVDN 37 mm.

ประเมินผล
1. Compoud Hyperopic Astigmatism Both eye
2. Binocular Function : Divergence Insufficiency with Presbyopia
3. Ocular Health : Normal

พิจารณาเคส
เคสนี้ด้วยวัย 57 ปี กำลังเพ่งของเลนส์ตาในระยะไกล ลดน้อยลงมาก จัดเป็น Absolute Hyperopia ซึ่งทำให้เวลาขับรถนานๆ มีอาการตาพล่ามัว เมื่อ Corrected แล้ว ระดับการมองเห็น ดีขึ้นกว่าตาเปล่า ตาขวา 20/15 ตาซ้าย 20/15 -1
เคสนี้แม้ไม่มี complain เรื่องการเห็นภาพซ้อน แต่อาการแสดงโดยมากของ Divergence Insufficiency คือ คนไข้อาจจะสับสน ระหว่างภาพที่ไม่ชัดกับภาพซ้อนที่ระยะไกล แต่ไม่สามารถอธิบายให้ผู้ตรวจทราบได้ ซึ่งในเคสนี้เมื่อ Corrected เฉพาะค่าสายตาและผ่านการ Confirm หลายๆ Test แล้วพบว่าต้องใช้ ปริมาณ 3 Prism Base Out เพื่อให้คนไข้หายจากการมองเห็นภาพซ้อน เป็นภาพเดียว
ค่า Functional ที่ผิดปกติ
1. ตรวจ Dissociated Phoria ที่ระยะ 6 เมตร ตรวจได้ 6 Prism base Out ในขณะที่ negative fusional vergence เคสนี้มี BI-recovery วัดออกมาได้ค่า -2 หมายความว่า เมื่อ Break Fusion แล้ว ถ้าจะให้ภาพซ้อนกลับมารวมเป็นภาพเดียว (recovery) ภายหลังกระตุ้นด้วย Base In ให้เห็นภาพซ้อนมากขึ้น ได้นั้น จะต้องใส่ prism base out เข้าไป 2 Prism Base Out
ในขณะที่ Associated Phoria ซึ่งเป็นค่า phoria ที่ตรวจเมื่อไม่มีการ break fusion ได้ค่า 4 Prism Base Out
ตรวจด้วย Maddox Rod ( Confirm test ) ซึ่งจัดเป็น Dissociated Phoria ชนิดหนึ่ง ได้ค่าถึง 9 Prism Base Out
เมื่อ Optomized ค่า prism ( พิจารณาร่วมกับผลตรวจด้วยวิธีอื่นๆร่วม ) ขณะตรวจ Free Space ( Confirm test ) ระยะ 6 เมตร ร่วมกับ ค่าสายตา ที่ Corrected แล้ว พิจารณาจ่าย 3.5 Prism Base Out
2.เมื่อพิจารณาว่าจะต้องจ่ายเลนส์โปรเกรสซีฟเพื่อแก้ปัญหา Presbyopia ที่มีค่า BCC +2.25 D. ในขณะที่ Horizontal Phoria ระยะ 40 CM. ตรวจด้วย Phoroptor ได้ค่า 2 Prism Base In
ในการพิจารณาร่วมกับค่า Prism ที่ต้อง Order ให้โรงงานขัดเลนส์โปรเกรสซีฟที่มีค่า 1.75 Base Out ทั่วทั้งแผ่นแล้วนั้น ( จ่ายแบบ Split แต่ละข้างแบ่งครึ่งจาก 3.50 BO ) โดยในเลนส์โปรเกรสซีฟจะมีการไล่ค่าสายตาแบบ Gradient จากจุดโฟกัสระยะไกลไปจุดโฟกัสระยะใกล้ คำนวณหักลบจาก 2.0 BI ในระยะใกล้ จะเหลือปริมาณ 1.50 Prism Base Out ในระยะใกล้ โดยเราคาดหวังว่าค่า Addition +2.25 D. จะช่วย Diverge ในระยะใกล้ เพื่อชดเชย Esophoria ที่เกิดจากการกระตุ้นด้วย 1.50 BO ผู้ตรวจจึง พิจารณาว่าไม่น่าจะสร้างปัญหาในการมองใกล้ของคนไข้มากนัก ( โดยเคสนี้ไม่ได้พิจารณาค่า Ac/A Ratio ร่วมด้วยเนื่องจาก คนไข้เป็น Presbyopia )
เนื่องด้วยปริมาณค่าสายตา และปริซึม ทั้งหมด ค่อนข้างซับซ้อน จึงพิจารณาจ่ายเลนส์สายตา Rodenstock Impression B.I.G NORM Expert 1.50 ซึ่งเป็นเลนส์สายตา Progressive โดยคาดหวังว่าเทคโนโลยีขั้นสูงที่ใช้ในการผลิตเลนส์รุ่นนี้ จะแก้ปัญหาสายตาให้เคสนี้ได้ รวมไปถึง เลนส์แบรนด์ Rodenstock จาก เยอรมนีรุ่นนี้นั้น สามารถ Design Parameter ที่คนไข้ใช้งานสายตามองใกล้จริงที่ระยะ 37 CM. เพื่อให้คนไข้ ใช้งานสายตาได้สบายมากขึ้น นอกจากนี้ ยัง Design ค่า CVD 13 mm. / Panthoscopic Tilt 8 Degree / Face Form Angle 7 Degree ซึ่งเป็นค่า parameter ที่วัดได้ตามจริง เมื่อคนไข้สวมแว่นตา Paul Hueman PHF-518D-01
และได้เพิ่ม Option Expert เพื่อให้มุมมองความกว้างในการมองระยะกลางและใกล้ของคนไข้ เพิ่มมากกว่ารุ่นเลนส์มาตรฐาน


สรุปและติดตามผล
คนไข้รับแว่นตาไปใช้งาน และฝึกใช้งานแว่นสายตาโปรเกรสซีฟซึ่งใช้งานเป็นครั้งแรก คนไข้ใช้เวลาปรับสายตาประมาณ 2 สัปดาห์ จึงใช้งานสายตาในการมองมือถือ ทำงานทั่วไป และขับรถทางไกล ได้เป็นปกติ
ขอบคุณสำหรับการติดตาม
Chatchawee,O.D.,BS.(RT)
*** อนึ่ง ข้อคิดเห็น และหลักการวินิจฉัย ในประเด็นต่างๆของเคสนี้ และเคสอื่นๆที่ผ่านมานั้น ผู้ตรวจพิจารณาจากความรู้ และประสบการณ์ที่สั่งสมมา โดยอ้างอิงจากหลักวิชาการในศาสตร์ทางทัศนมาตร ของผู้ตรวจเท่านั้น **โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

การคีย์ Order ชนิดเลนส์ ระบุ ค่าสายตา และค่าปริซึม

เลนส์รุ่นนี้สามารถ Design Parameter ที่คนไข้สวมใส่จริงได้อย่างอิสระ

กำหนด Base Curve ได้อย่างอิสระ

